LifeForMom สายสัมพันธ์ชิวิตความเป็นแม่ เมื่อวันนึงคุณจะรู้
เมษายน 23, 2014, 03:30:10 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Search In WWWSearch In www.lifeformom.com
ข่าว:
มีโปรโมชั่นดีๆ
ส่งข้อมูลมาอัพเดทกันได้นะครับที่นี่เลย
liveinbangkok@yahoo.co.th
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สเต๊ปการเจริญเติมโตของทารกในครรภ์ตั้งแต่ปฎิสนธิ-9เดือน  (อ่าน 216451 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 16 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:07:29 AM »

   สามี ภรรยา ที่พร้อมจะมีลูก ย่อมดีใจเมื่อทราบว่า ภรรยาตั้งครรภ์ ประสบการณ์ใหม่ ที่จะได้เป็นพ่อแม่ของลูกนั้น มีความหมายมาก การตั้งครรภ์ เป็นประสบการณ์ตรงของทั้งคู่ ซึ่งแม้แต่การตั้งครรภ์ แต่ละครั้งก็ยังไม่เหมือนกันเลย แต่พ่อแม่ก็คงจะภาวนา และตั้งใจที่จะ บำรุงลูกในครรภ์ให้ดี ปลอดจากโรคแทรกซ้อน ลูกที่เกิดมาจะได้แข็งแรง และเลี้ยงง่าย
     มารู้จักตัวคุณเอง และลูกน้อยของคุณ เมื่อคุณเห็นลูกน้อยในครรภ์เติบโต และเปลี่ยนแปลง แล้วคุณจะรู้สึกประหลาดใจ

   เมื่อประจำเดือนขาดไป คุณจะรู้สึกว่าเจ็บเต้านม มากกว่าที่เคยเจ็บ ซึ่งปกติคุณจะรู้สึกได้เสมอ ตอนก่อนมีประจำเดือน ท้องไส้รู้สึกแปลกๆ คุณสงสัยแล้วว่าจะตั้งครรภ์ วิธีแก้ข้อสงสัยที่ดีที่สุด คือ การไปพบแพทย์ เพื่อตรวจยืนยัน

     เมื่อพบว่าตั้งครรภ์ คุณและสามีย่อมตื่นเต้น ดีใจ ก็มักจะดื่มฉลองกัน ตั้งแต่ตอนนี้แหละ ที่คุณจะต้องเริ่มปฏิบัติตัว เรื่องการกินอยู่ให้ถูกต้อง เพื่อลูกน้อยของคุณด้วย คุณจะต้องระลึกเสมอว่า การกินของคุณแต่ละคำ แต่ละมื้อนั้น เป็นการกินสำหรับ 2 คน นั่นคือ คุณเคยฉลองด้วยการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็เปลี่ยนมาดื่ม โซดาเปล่า หรือ น้ำผลไม้แทน การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จะมีผลต่อการเติบโตของลูกในท้อง เกิดมาตัวเล็ก และอาจจะทำให้สติปัญญาทึบตลอดไป โดยเฉพาะถ้าแม่ดื่มเหล้าในระยะแรก ของการตั้งครรภ์ด้วยแล้ว จะเกิดภยันตรายต่อลูกในท้องอย่างมาก


    คุณจะทราบว่าตั้งครรภ์ได้ ก็ด้วยอาการขาดประจำเดือน หรือ มีมาเหมือนกัน แต่น้อยกว่าปกติ เพียงเปื้อนผ้าอนามัยเป็นจุด เมื่อขาดประจำเดือนสัก 1-2 สัปดาห์ ก็จะสามารถทดสอบ จากการตรวจปัสสาวะ พบว่าตั้งครรภ์    คุณอาจจะรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน เป็นอาการแพ้ท้อง หรือบางคนอ่อนเพลีย ง่วงนอน เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน ที่ถูกผลิตมากขึ้น อาการแพ้ท้องจะเกิดในช่วงใดของวันก็ได้ หรืออาจเกิดตอนเย็น หรือกลางคืน แต่บางคนไม่มีอาการ หรือไม่รู้สึกแพ้ท้องเลยก็มี


     เต้านมของหญิงที่ตั้งครรภ์จะค่อยๆ ขยายขึ้น คุณจึงรู้สึกว่าเต้านมตึง และเจ็บ หัวนมก็ขยายขึ้น และเริ่มมีสีคล้ำขึ้นเล็กน้อย

     น่าตื่นเต้นไหมคะ ที่มีชีวิตใหม่อยู่ภายในตัวคุณ ตั้งแต่ปฏิสนธิลูกน้อยของคุณก็จะเจริญเติบโตไปเรื่อย โดยไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว คุณอยากรู้ไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ลองตามอ่านดูสิคะ


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2008, 11:14:31 AM โดย LifeForMom » บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:13:31 AM »



  การเริ่มปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ ก็นับว่าคุณได้ทำหน้าที่แม่ของคุณอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป้าหมายให้ลูกที่เกิดมาไม่พิการ ที่เรามักเรียกกันว่า “ครบ 32” มีสติปัญญาดี แล้วมาสร้างเสริมให้เป็นเด็กแข็งแรง เก่ง และเป็นคนดี ต่อไปเมื่อลูกน้อยเติบใหญ่ แต่ละช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ บางอย่างทำผิดพลาดไปแล้ว จะเอาคืนมาไม่ได้ อะไรบ้าง? ยาไงคะ ยาที่คุณกินจะมีผลต่อลูกในท้อง โดยเฉพาะ ช่วง 4-8 สัปดาห์แรก ของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่อวัยวะต่างๆ กำลังเติบโต ถ้ายาหยุดยั้งการเจริญเติบโตในช่วงนี้ จะเกิดความพิการได้ อย่างที่เคยมีมาในอดีต ยาโทลิดาไมด์ เป็นยาแก้ปวด ซึ่งคุณแม่บางคน มีอาการปวดหัวมาก แล้วใช้ยาชนิดนี้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ลูกเกิดมามีแขนขาด้วน เป็นต้น โชคดี ที่ยาชนิดนี้ไม่มีการจำหน่ายแล้ว อย่างไรก็ตาม อย่ารับประทานยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ แม้แต่ ยาแอสไพริน ยาแก้แพ้ วิตามินที่มีขนาดสูงๆ ยาทาภายนอก ถ้าคุณต้องรับประทานยาสำหรับโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่า คุณตั้งครรภ์ แพทย์จะได้เปลี่ยนยาที่เหมาะสม สำหรับคนท้อง ปลอดภัยไว้ก่อน ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยานะคะ



     บุหรี่มีอันตรายต่อการเติบโตของลูก ทั้งทางร่างกายและสมอง อันตรายมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณสูบบุหรี่วันละกี่มวน สูบมากเกิดอันตรายต่อลูกมาก หญิงตั้งครรภ์ต้องเลิกสูบบุหรี่ ถ้าสามีสูบก็ควรพยายามเลิกด้วย เพราะถ้าคุณสูบบุหรี่ในบ้าน อยู่ห้องเดียวกัน ภรรยาคุณก็เท่ากับสูบไปด้วย โดยหายใจเอาควันบุหรี่เข้าไป (Passive smoker) ถ้าสามีสูบ 2 มวน เท่ากับภรรยา หรือคนรอบข้าง หายใจเอาควันบุหรี่ เข้าไปเท่ากับสูบบุหรี่ 1 มวนที่เดียว ตอนนี้คุณจะเป็นพ่อแม่คนแล้ว ถ้างดสูบบุหรี่ได้ ลูกคุณก็แข็งแรง ตัวคุณเองก็แข็งแรง จะได้มีชีวิตยืนนาน เลี้ยงลูก เห็นเขาเติบโต จนมีหลานต่อไป



    ผลของกาแฟต่อลูกในท้องนั้น ยังถกเถียงกันอยู่ องค์การควบคุมอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา เห็นว่า ถ้าดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน ขนาดปานกลาง จะไม่เกิดอันตรายต่อลูกน้อย ขนาดปานกลางหมายถึง ดื่มกาแฟ อย่างมาก 1-2 ถ้วย ต่อวัน แต่ต้องระวัง คาเฟอีน ที่ผสมในเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง หรือ ช็อกโกเลต บางชนิดโดยที่เราไม่รู้ด้วยนะคะ

     แล้วคุณจะรับประทานอะไรในช่วงแรกนี้ คุณรู้สึกไม่สบายไปหมด คลื่นไส้ เวียนหัว ง่วงนอน อาการแพ้ท้องมักเกิดขึ้นกับคนท้องถึง 3 ใน 4 ส่วน อาการจะเกิดตอนไหนก็ได้ อาจเป็นตอน เช้า บ่าย เย็น หรือเมื่อได้รับกลิ่นอาหาร ในช่วงนี้คุณอาจต้องจิบ น้ำอุ่น น้ำอัดลม กินอาหารที่พอรับได้ เช่น ข้าวต้ม ขนมปังปิ้ง แต่ต้องกินครั้งละน้อยๆ เพิ่มมื้ออาหารให้ถี่ขึ้น อาจเป็น 5-6 มื้อ ต่อวัน
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:18:59 AM »



     หญิงที่ตั้งครรภ์เดือนที่ 2 ท้องจะยังไม่โตให้เห็น
ขนาดของมดลูกระยะนี้มีขนาดเท่าลูกเทนนิส นิ่ม มีเมือกมาปิดบังแถวปากมดลูก
เพื่อป้องกันลูกน้อยเอาไว้ ไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้าไปโดยง่าย

     เต้านมจะขยายใหญ่ขึ้น คลำได้เป็นก้อนใหญ่ เรียกว่า เต้านมคัด

     คุณจะรู้สึกเหนื่อย และต้องการพัก คุณพ่อควรช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระการงาน ให้คุณแม่คนใหม่ได้พักบ้าง



     ลูกน้อยในท้องแม่ เริ่มก่อรูปร่าง ด้านบนเป็นศีรษะ และใบหน้า มีข้อศอก เข่า นิ้วมือ และนิ้วเท้า
ให้เห็นได้แล้ว อวัยวะต่างๆพัฒนาขึ้น แต่ยังไม่สมบูรณ์ ระยะนี้จะมีน้ำหนักไม่ถึง 30 กรัม และยาวประมาณ 3-7 ซ.ม.

     ลูกและแม่สื่อสารติดต่อกันทางรก โดยมีสายสะดือเป็นท่อต่อจากตัวลูก
ไปยังรกที่ติดอยู่กับผนังมดลูกของแม่ ลูกน้อยจะได้รับอาหาร และออกซิเจนผ่านทางรก
เข้าไปทางสายสะดือ ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ลูกน้อยจึงเติบโตขึ้นทุกวันคืน

     ในเดือนที่ 2 นี้ คุณแม่อาจมีอาการแพ้ท้อง ยังรับประทานอาหารไม่ได้ ต้องพยายามรับประทานอาหาร
ครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ อาจจะรับประทานวันละ 6 มื้อ งดการสูบบุหรี่ และดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาด
และไม่ควรซื้อยามากินเอง ยาบางชนิดอาจหยุดยังการพัฒนา อวัยวะของลูก
เช่น ยาทาลิโดไมด์ (Talidomite) ทำให้มีความพิการของแขนขา เป็นต้น
 



     คนท้อง ต้องรับประทานอาหาร ที่เป็นประโยชน์ ต่อตัวคุณเอง และลูกน้อย โดยปริมาณต้องเพิ่มขึ้น ลูกต้องการอาหารไปสร้างเนื้อเยื่อ เซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะ อาหารที่มีโปรตีนสูง คือ เนื้อ นม ไข่ เต้าหู้ เนื้อปลา ไก่ เนย ปลากระป๋องที่ไม่มีกระดูก และผักใบเขียวต่างๆ

  แคลเซียม
    ต้นตอของแคลเซียมที่ดี คือ นมวัว หรือ โยเกิร์ต การดื่มนมเพื่อให้ได้แคลเซียมนั้น มีความสำคัญมากสำหรับคนท้อง ถึงขนาดที่ในรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกา มีคูปอง ให้หญิงที่ตั้งครรภ์ไปแลกได้ฟรี โดยได้นมสด 2 ถ้วย และโยเกิร์ต 2 ถ้วย ต่อวัน การที่ให้กินโยเกิร์ต ก็เพื่อให้ได้จุลินทรีย์สุภาพ แม่จะมีจุลินทรีย์ชนิดที่ดีๆ ในตัว เมื่อลูกคลอดผ่านช่องคลอดออกมา ก็จะได้จุลินทรีย์ที่ดีตั้งแต่เกิด (อ่านเพิ่มเติมได้ใน จุลินทรีย์สุขภาพค่ะ)


    วิตามิน มีอยู่ในผลไม้ เช่น ส้ม มะนาว สตอเบอรี่ เป็นต้น ส่วนวิตามินอื่นๆ คุณหมอจะจัดมาให้คุณแม่รับประทาน เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ ซึ่งจะมีวิตามินรวม แคลเซียม ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิค คุณแม่ไม่ควรหาวิตามินมารับประทานเอง นอกเหนือจากที่แพทย์สั่งนะคะ เพราะวิตามินบางชนิด ถ้ามากเกินไปอาจเกิดอันตรายต่อลูกได้

 สำหรับคุณแม่ ที่รับประทานอาหารพวกเนื้อสัตว์ มากๆไม่ได้ ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม แนะนำให้ใช้รายการอาหารแลกเปลี่ยน คือ รับประทานอาหารอย่างอื่นเพื่อให้ได้รับ ปริมาณโปรตีนเพียงพอ รายการอาหารแลกเปลี่ยนมีดังนี้

นม โยเกิร์ต หรือ นมถั่วเหลือง 1 ถ้วย
ไข่ 1 ฟอง
ปลาทูตัวใหญ่ครึ่งซีก หรือตัวเล็ก 1 ตัว
เต้าหู้แผ่น หรือ แบบหลอด 1 แผ่น หรือ หลอด
ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสง 30 เม็ด

     ให้รับประทานให้ได้ทั้ง 2 ข้อ ต่อ 1 วัน ก็จะได้รับโปรตีนเพียงพอ ต่อความต้องการใน 1 วัน ค่ะ

 
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:24:53 AM »



     เมื่อย่างเข้าเดือนที่ 3 อาการแพ้ท้องจะเริ่มทุเลาลง และมักหายไปเมื่อท้องได้ครบ 3 เดือน มดลูกขณะนี้มีขนาดเท่ากับ ผลส้มขนาดใหญ่ แต่อาจจะยังอยู่ในอุ้งเชิงกรานของแม่ คุณจะสังเกตว่า รอบเอวของคุณใหญ่ขึ้น หรือถ้าดูในกระจกจะพบว่าเองไม่คอดเหมือนแต่ก่อน หรือไม่มีเอว เมื่อลูกน้อยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ



      คุณแม่ควรถือโอกาส หาซื้อเสื้อคลุมท้องที่หลวมๆ มาใส่ได้แล้ว และควรจะหาซื้อเสื้อยกทรง ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกชนิดที่สามารถเปิดด้านหน้า (well filled maternity bra หรือ nursing bra)ให้ลูกดูดนมได้ โดยไม่ต้องถอดเสื้อยกทรง คุณแม่จะได้ใช้ใส่ต่อไปจนถึงระยะให้นมลูกด้วย จะได้ใช้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากเต้านมขยายใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น คุณแม่ควรใส่เสื้อยกทรงเพื่อพยุงเต้านมเอาไว้ เต้านมจะได้ไม่หย่อยยานในภายหลัง เมื่อไปฝากท้อง คุณหมอก็จะตรวจเต้านม และหัวนม เพื่อเตรียมตัวให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เอง ถ้าหัวนมบอดก็จะได้ให้คำแนะนะการแก้ไข แม่ที่มีหัวนมปกติ ให้เตรียมหัวนมให้ลูกดูด โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ถูที่หัวนมเบาๆ จะได้มีผิวหนังที่แข็งแรง เมื่อลูกดูดหัวนมจะได้ไม่เจ็บ หลังอาบน้ำแล้วควรใช้โลชั่น ทาเต้านม ผิวหนังจะได้ไม่ยืด เกิดเป็นรอยแตก ที่อาจจะเกิดจากการขยายของเต้านม

     

     เมื่อใกล้ครบ 3 เดือน ลูกน้อยของคุณจะมีรูปร่าง และอวัยวะพัฒนาขึ้นมาเกือบสมบูรณ์แล้ว ทารกจะเริ่มเคลื่อนไหว
โดยแม่จะรู้สึกว่าลูกดิ้น เพราะลูกจะแตะเท้าจนแม่รู้สึกได้ กำหมัดได้ หันหัวไปมา
ตาเคลื่อนไหว มองไปมาได้ ทำหน้าผากย่น มีตุ่มฟันประมาณ 20 ตุ่มเกิดขึ้นใต้เหงือก
เพื่อจะพัฒนาเป็นฟันน้ำนมต่อไป ริมฝีปาก และอวัยวะเพศเริ่มพัฒนา

     ไตทั้ง 2 ข้าง พัฒนามากพอ จนลูกน้อยของคุณเริ่มถ่ายปัสสาวะแล้ว ไม่ต้องกังวลค่ะ
 ปัสสาวะที่ลูกน้อยถ่ายออกมานี้ ลูกก็จะกลืนเข้าทางเดินอาหาร และถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด
ส่งผ่านสายสะดือ ไปยังแม่ เพื่อให้ไตของแม่ขับของเสีย ต่อไป



     ลูกน้อยจะนอนสบาย อยู่ในน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นน้ำหล่อเลี้ยงภายนอก
รวมกับปัสสาวะของลูกนั่นเอง ขณะนี้ ลูกน้อยจะมีน้ำหนักประมาณ 30 กรัม ยาวประมาณ 10 ซ.ม.


 
 

    การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อภรรยาตั้งครรภ์ เป็นเรื่องของ “คนสามคน”

     ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ คุณจะพบว่า อารมณ์เปลี่ยนแปลง และเกิดอารมณ์ได้หลากหลาย
แปรเปลี่ยน จากดีใจที่มีลูก สลับกับความกลัวในการตั้งครรภ์ การคลอด กังวลใจว่าจะทำหน้าที่แม่ได้อย่างไร เลี้ยงลูกอย่างไร

     เรื่องอารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับคนท้อง การตั้งครรภ์ การคลอดเป็นเรื่องธรรมชาติ คนเราได้ผ่านประสบการณ์ อย่างที่คุณจะผ่านมาร่วมหลายพันปี เขาก็ผ่านมาได้ ดังนั้นคุณควรอยู่กับมันอย่างมีความสุขนะคะ ความวิตกกังวล ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น มาตั้งใจปฏิบัติตนให้ถูกต้องดีกว่า ค้นหาความรู้เพิ่มเติม เตรียมสถานที่เพื่อลูกรัก ศึกษาเรื่องการเลี้ยงลูก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคล้ายๆกัน แต่จะมีความแตกต่างกันบ้างเล็กๆน้อยๆ ซึ่งคุณแม่ต้องศึกษาเปรียบเทียบดู หาวิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง แต่อย่าลืมว่า เมื่อนำไปใช้จริงๆ คุณจะต้องเลือกที่เหมาะสมกับทั้งคุณและลูกของคุณ เพราะแม่ลูกแต่ละคู่จะไม่เหมือนกัน การตั้งครรภ์ครั้งที่สอง ก็ไม่เหมือนครั้งแรกค่ะ

     ผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อเขาจะรู้สึกอย่างไร ความรู้สึกคล้ายคนกำลังจะเป็นแม่ คือ ผันผวน ผู้เป็นพ่อรู้สึกภูมิใจ ที่เขาได้ให้กำเนิดลูก แต่เขาจะรู้สึกกังวลใจว่า เขาจะเป็นพ่อที่ดีได้เพียงไร แล้วค่ะใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีก ลูกจะสมบูรณ์ไหม ลูกที่เกิดมาจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย ถ้าเป็นชายก็จะเล่นกีฬาอย่างที่พ่อถนัด ถ้าเป็นลูกสาวล่ะ! จะเลี้ยงอย่างไรดี นอกจากนั้นเขาก็เป็นห่วงภรรยาที่เขารัก จะต้องลำบากเจ็บปวดในการคลอด แล้วยังเรื่องเพศสัมพันธุ์ในช่วงที่คุณผู้หญิงตั้งครรภ์นี้ จะเหมือนเดิมหรือไม่ และเรื่องอื่นๆอีกจิปาถะ วิถีชีวิตของคนสองคน กำลังจะเปลี่ยนไป ผู้ที่จะเป็นพ่อควรไปกับภรรยา เวลาไปตรวจครรภ์ เพื่อพูดคุยเรื่องสุขภาพของภรรยา และลูก เรื่องความกังวล และคำถามที่คุณมีอยู่ในใจ ช่วยกันถาม ช่วยกันจดจำ นำมาปฏิบัติ เพื่อลูกน้อยของคุณทั้งสองคน



     การถามคำถามกับแพทย์โดยตรง จะทำให้ผู้เป็นพ่อ ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ในช่วงตั้งครรภ์ และได้ข้อมูลที่อาจจะละเอียดอ่อน เช่น เรื่องเพศสัมพันธุ์ กับภรรยาที่มีรูปร่าง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ในช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ โดยทั่วไป ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องแท้งบุตรง่ายมาก่อน หรือเลือดออกทางช่องคลอด การมีเพศสัมพันธุ์ โดยเลือกท่าที่ไม่ทับหน้าท้อง และไม่กระทำรุนแรง โลดโผน ก็ไม่มีข้อห้ามอะไร ยกเว้นแต่ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:29:31 AM »



เป็นกึ่งชีวิตในครรภ์ของทารก หรือ ครึ่งทางของการตั้งครรภ์

     เมื่อตั้งท้องได้ 4 เดือน ท้องคุณแม่จะใหญ่ขึ้นเห็นได้ชัด มดลูกจะโตขึ้นมาอยู่กึ่งกลาง ระหว่างสะดือ และหัวหน่าว มดลูกจะมีขนาดเท่าผลส้มโอขนาดเล็ก เต้านมก็เริ่มฝึกทำงาน โดยหลั่งหัวน้ำนม (Colostrum) จากหัวนมติดเสื้อให้เห็นบ้างแล้ว บริเวณรอบหัวนม หรือลานหัวนม (areola) จะขยายใหญ่ขึ้น มีสีเข้มขึ้น และมีตุ่มเล็กๆที่ลานหัวนม ซึ่งเป็นต่อมใต้ผิวหนังที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นด้วย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ ไม่ได้เป็นโรคอะไร

     ช่วงนี้ คุณจะรู้สึกว่าลูกดิ้น ท้องโป่งตรงโน้น โป่งตรงนี้ คุณพ่อที่รักลูกอาจได้ชื่นชม ความแข็งแรง และความกระปรี่กระเปร่า ของชีวิตลูกน้อยในท้อง ด้วยการสัมผัสในช่วงนี้ คุณแม่ควรชี้ชวน ให้คุณพ่อได้มีประสบการณ์ คุณพ่อจะได้รู้จักกับลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในท้อง

     การดิ้นของลูกนั้น คุณแม่ที่รูปร่างบาง จะรู้สึกถึงการดิ้นของลูก ได้ชัดเจน และเร็วกว่า คุณแม่ที่อ้วน เวลาไปตรวจครรภ์ คุณหมอจะถามถึง เรื่องการดิ้นของลูกเสมอ คุณแม่จะต้องคอยสังเกตการดิ้นของลูก เอาไว้ให้ดีด้วย เพราะคุณหมอจะนำไปใช้เป็นเครื่องแสดงความแข็งแรง หรือปัญหาของลูกในท้อง




     ลูกน้อยในขณะนี้ มีน้ำหนักตัวประมาณ 150 กรัม และยาวประมาณ 15 ซ.ม. หัวใจเต้นแรง
เป็นจังหวะ เขาเคลื่อนไหว แตะ นอนหลับ และตื่น สลับกันไป กลืนและถ่ายปัสสาวะ รู้ไหมคะ
ลูกน้อยของคุณขณะนี้มีขนตาแล้ว และที่ศีรษะก็มีผมขึ้นบางๆ ผิวหนังใส สีชมพู ที่ลิ้นมีตุ่มรับรส
และมีสายเสียงที่คอหอยค่ะ


    เมื่อเข้าช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง หญิงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
อย่างเห็นได้ชัด บางคนจะรู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้น บางคนดูตัวเองแล้วรู้สึกว่าสวยน้อยลง
ถ้าคุณรู้สึกสวยขึ้น สบายใจ และยินดีด้วยค่ะ แต่ถ้าคุณรู้สึกสวยน้อยลงแล้วละก็ ลองอ่านต่อไปซิคะ จะได้เป็นกำลังใจ

     การตั้งครรภ์ มีสิ่งที่บอกให้รู้ได้บนใบหน้า ของผู้ที่ตั้งครรภ์ด้วยค่ะ หน้าจะเกิดปื้นดำแถว แก้ม หน้าผาก
และสันจมูก จะเกิดเมื่อท้องครบ 4 เดือน ขึ้นไป เรียกกันว่า “หน้ากากของคนท้อง” แล้วคุณยังจะพบว่า
มีหลอดเลือดขยายที่ผิวหนัง เห็นเป็นเส้นใยสีเขียวคล้ำ คล้ายใยแมงมุม ที่บริเวณใบหน้า คอ
แขนและหน้าอก สิ่งเหล่านี้จะหายไปหลังคลอดค่ะ ไม่ต้องกังวล สบายใจได้ค่ะ
ว่าหลังคลอดคนก็จะสวยเหมือนเดิม
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:35:42 AM »



     ช่วงนี้มดลูกจะขยายใหญ่ขึ้นมา สามารถคลำได้ระดับสะดือ หรือต่ำกว่าระดับสะดือเล็กน้อย
ผิวหนังหน้าท้องของคุณแม่จะถูกยืดมาก ลำไส้ใหญ่ถูกเบียดจากมดลูกที่ใหญ่ขึ้น
คุณแม่บางคนอาจมีปัญหาการขับถ่ายอุจจาระ มีอาการท้องผูก เมื่อไปตรวจครรภ์
คุณหมอสามารถได้ยินเสียง หัวใจของลูกน้อยของคุณเต้น โดยการใช้หูฟัง ฟังทางหน้าท้องได้
 ระหว่างการตั้งครรภ์ ตั้งแต่ 18-20 สัปดาห์
 





     ความไม่สบายตัว อึดอัด เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำใจ ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดกับทุกคน แล้วเขาก็ผ่านไปได้ไม่ยาก

     การเปลี่ยนแปลงที่อื่นๆ นอกจากท้องจะเพิ่มขนาดขึ้นทุกวัน ได้แก่


     ตกขาวจะมีมากขึ้นตลอดช่วงตั้งครรภ์ ควรเลือดชุดชั้นในที่เป็นผ้าฝ้าย จะได้ซึมซับได้ดี ควรรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และขาหนีบ ให้สะอาดและซับให้แห้งเสมอ ถ้าทิ้งไว้ อาจมีอาการคัน ถ้าคันมากควรให้สูติแพทย์ตรวจ ส่วนเรื่องการสวนล้างช่องคลอด ไม่แนะนำให้ทำนะคะ เพราะถ้าทำไม่สะอาด อาจมีการติดเชื้อได้



     หลอดเลือดโป่ง หรือเส้นเลือดขอด (Varicose vein) จะปรากฎที่ขา โดยมากที่น่อง เส้นเลือดขอดเป็นผลมาจาก เลือดบริเวณขา และปลายเท้าไหลกับเข้าหลอดเลือดดำใหญ่ และไหลเข้าสู่หัวใจไม่สะดวก หรืออีกส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากพันธุกรรม หรือคุณแม่มีน้ำหนักขึ้นมากขณะตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถลดการเกิดเส้นเลือดขอดได้ โดยการเปลี่ยนท่านั่ง ถ้าต้องนั่งนานๆ ควรมีม้านั่งเตี้ยๆรองขาทั้งสองข้าง พยายามไม่นั่งไขว่ห้าง ถ้าต้องยืนนานๆ ควรขยับข้อเท้าไปมาก และเปลี่ยนอิริยาบทบ่อยๆ เกร็งกล้ามเนื้อขา เพื่อให้กล้ามเนื้อบีบเลือดดำให้ไหลกลับ เข้าสู่หัวใจ พยายามไม่ลงน้ำหนักที่ขาอย่างน้อย 15 นาที ทุก 2 ชั่วโมง


     เกิดจากเมื่อตั้งท้อง มดลูกมีขนาดโตขึ้น กระเพาะอาหารที่อยู่ด้านบน จะถูกมดลูกดัน ทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับ เข้าไปในหลอดอาหาร เกิดการระคายเคืองหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการเจ็บแสบ เหมือนโรคกระเพาะ แต่มาเกิดที่ยอดอกแทน การแก้ไข โดยรับประทานอาหารมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยๆ งดอาหารที่มีไขมัน พวกของทอดและอาหารรสจัด อาจจะดื่มนมพร่องมันเนย ซึ่งจะช่วยลดอาการได้บ้าง ถ้ายังมีอาการอยู่ ควรรับประทานยาลดกรด ก่อนนอน ซึ่งยานี้ควรได้รับการสั่งจากสูติแพทย์ ไม่ควรหาซื้อกินเองตามร้ายขายยานะคะ


     อาการท้องผูกเกิดจาก ฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหว บีบตัวน้อยลง คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีกากสูง เช่น ผัก ข้าวซ้อมมือ ผลไม้ เม็ดแมงลัก และลูกพรุน ที่สำคัญควรออกกำลังกาย อาจจะออกด้วยการเดินก็จะดีมาก


     ริดสีดวงทวาร คือ หลอดเลือดที่โป่งเหมือนเส้นเลือดขอด แต่เกิดบริเวณทวารหนัก ซึ่งจะเป็นมากขึ้น เมื่อท้องผูก ต้องเบ่งอุจจาระนาน ถ้าเจ็บมากควรนั่งแช่น้ำอุ่น หรือ นั่งบนหมอนนิ่มๆ และถ้าทนเจ็บไม่ไหว ก็อาจปรึกษากับสูติแพทย์เพื่อรับยาเหน็บมาเหน็บ


     เมื่อท้องมีขนาดใหญ่ขึ้น คุณมักจะต้องแอ่นหลัง ทำให้ปวดกล้ามเนื้อหลัง พยายามเดินตัวตรง ศีรษะตรง และหดท้องเข้ามา ควรใส่รองเท้าส้นเตี้ย ถ้าคุณต้องยกของหนัก หรืออุ้มลูกคนก่อน ควรย่อเข่าลง อย่าก้มลงไปหยิบ หรืออุ้ม จะทำให้ปวดหลังมากขึ้น


     เมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่มักเป็นตะคริวตอนกลางคืน เมื่อเกร็งกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะที่น่อง ถ้าคุณแม่ดื่มนม หรือรับประทานโยเกิร์ต ตามที่แนะนำข้างต้น แล้วอาการตะคริวก็จะเป็นน้อยลง หรือไม่เป็นเลย
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:38:17 AM »






ขนอ่อน หรือที่เรียกว่า lanugo hair เป็นขนที่ละเอียด ขึ้นตามตัวเด็ก และสารเคลือบที่ผิว ที่เรียกว่า vernix


เมื่อตั้งครรภ์ครบ 6 เดือน คุณแม่จะรู้สึกว่า ลูกดิ้นแถวสะดือ หรือไม่ก็ต่ำแถวกระเพาะปัสสาวะ และอาจรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ แถวหน้าท้องด้านล่าง ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะกล้ามเนื้อมดลูกของคุณแม่ถูกยืด หัวลูกจะลอยสูงเหนืออุ้งเชิงกราน คุณแม่อาจจะอยากถ่ายปัสสาวะบ่อย เนื่อง

จากกระเพาะปัสสาวะถูกมดลูกกด อาการจะเป็นในช่วงแรก แล้วจะค่อยๆทุเลาลงไปตามลำดับ

     คุณแม่จะมีน้ำหนักขึ้น ผิวหนังบริเวณเต้านม หน้าท้อง และต้นขาจะถูกยืดมาก ระวังอย่าเกานะคะ ควรทาโลชั่น หรือครีมเอาไว้ เพื่อช่วยให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาพเดิมหลังคลอด การดูแลเต้านมก็ให้ใส่ nursing bra เอาไว้ อย่าใช้สบู่ฟอก หรือทาครีมที่หัวนม เพราะอาจทำให้หัวนมแตกได้

     ทารกอายุในครรภ์ 6 เดือน จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีน้ำหนักตัวประมาณ 450-680 กรัม และลำตัวยาวประมาณ 27-35 ซ.ม. ผิวหนังจะละเอียด มีขนอ่อนขึ้น เรียกว่า lanugo hair และมีสารไขมันเคลือบที่ผิว เรียกว่า vernix อยู่ทั่วตัวและศีรษะ ลูกน้อยของคุณลืมตา และหลับตาได้ หูพัฒนาเต็มที่ จนสามารถได้ยินเสียงต่างๆ แม้ว่าจะอยู่ในท้องแม่ ลายนิ้วมือและเท้าจะปรากฎชัดเจนแล้วในระยะนี้

     ในช่วงเดือนที่ 6 นี้ คุณแม่จึงควรพูดคุยกับลูกมากๆ เปิดเพลงที่แม่ชอบ เพื่อลูกจะได้ฟังไปด้วย


คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน มักชอบฝันเรื่องต่างๆ ฝันถึงเรื่องลูกว่าเป็นเพศอะไร ฝันว่าได้ไปทำอะไรๆมา หลงลืม ความฝันอาจถูกแปลได้ต่างๆนาๆ ตามความเชื่อ ถ้าคนรอบข้าง ผู้ใหญ่ หรือหมอดู ทำนายฝันให้คุณ ก็ฟังเอาไว้สนุกๆนะคะ อย่าไปเป็นจริงเป็นจังมากนัก ความฝันก็คือความฝัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2008, 11:40:10 AM โดย LifeForMom » บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:42:48 AM »



เมื่อเข้าเดือนที่ 7 นับเป็นช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์

     คุณแม่จะอุ้ยอ้ายมากขึ้น เดินแบบเป็ด อึดอัด ถ่ายไม่สะดวก มีริดสีดวงทวารเกิดขึ้น และยังรู้สึกเจ็บท้องเป็นบางครั้ง เป็นการเจ็บเตือน ที่เรียกทางภาษาแพทย์ว่า Braxton-Hicks contraction บางคนมีอาการคัดจมูก ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมน ที่หลั่งในกระบวนการตั้งครรภ์ค่ะ ไม่ได้เกิดจากเป็นหวัดแต่อย่างใด

     เมื่อจวนครบกำหนดคลอด หรือไตรมาสสุดท้ายนี้ คุณแม่อาจจะเกิดอารมณ์วิตกกังวลไปต่างๆนาๆ ว่าการคลอดจะเจ็บไหม การเป็นแม่นี้จะเป็นอย่างไร ลูกที่ออกมาจะครบ 32 หรือไม่ ให้สงสัยหวาดหวั่นไปต่างๆ ซึ่งคุณแม่ควรจะพูดคุยกับผู้ใหญ่ หรือสามี ถึงเรื่องกังวลใจของคุณ สามีซึ่งจะเป็นคุณพ่อในอนาคตอันใกล้นี้ ควรพูดให้กำลังใจ ช่วยดูแลคุณแม่ และช่วยกันศึกษาหาความรู้ ให้ลูกเกิดมาปลอดภัย และแข็งแรง

     ทารกในครรภ์ จะตัวใหญ่ ดิ้น แตะ ยืดตัว จนบางครั้งเห็นเป็นก้อนนูนแหลม เคลื่อนไหวที่หน้าท้องแม่ ลูกจะดูดนิ้ว ลืมตา หลับตา บางครั้งอาจจะนั่งไขว่ห้าง ดูดนิ้วด้วย กระดูกของลูกจะแข็งแกร่งขึ้น ผิวหนังสีชมพู แต่ยังเ่ยวย่น เพราะว่ามีไขมันใต้ผิวหนังน้อย

     หนูน้อย 7 เดือน จะมีน้ำหนักตัวประมาณ 1140-1360 กรัม และจะยาวประมาณ 37.5 ซ.ม.




   

ทารกในครรภ์ในวัย 7 เดือน จะมีอวัยวะครบทุกส่วน นอนขดอยู่ในมดลูกของแม่

      เดือนที่ 7 นี้ ถือว่าเป็นการเริ่มเข้าสู่การตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 3 ตอนเช้าตื่นขึ้นมาก็สดชื่นดี แต่พอหลังอาหารกลางวันก็เหนื่อยหมดแรง อยากนอน สำหรับคุณแม่ทำงานออฟฟิศ ก็ลำบากหน่อย หาที่เอนหลังไม่ค่อยได้ เหนื่อยนักจะลาพักก็กลัวจะเสียงาน ว้าวุ่นพอสมควร

     ช่วงนี้ข้อเท้าจะบวมใหญ่ขึ้น ขาจะล้า อย่าเพิ่งเบื่อตัวเองนะคะ คุณแม่ที่นั่งโต๊ะทำงาน ก็หาม้านั่งเตี้ยๆ มาวางเอาไว้ใต้โต๊ะ วางเท้าบนม้านั่ง ยกเท้าให้สูงเอาไว้ อาการบวมที่ข้อเท้าจะทุเลาลงค่ะ ถ้าอยู่บ้านก็นั่งเก้าอี้โยก โยกช้าๆ เป็นการออกกำลังกายข้อเท้า และขาได้ดีพอสมควร

     ถ้าคุณแม่ต้องนั่งรถ หรือเดินทางไกลๆ นานๆ ควรหยุดพัก เข้าห้องน้ำ ยืดแข้งยืดขา เป็นระยะๆ ถ้าทำได้นะคะ
บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:44:42 AM »

 

 เมื่อตั้งท้องได้ 8 เดือน ดูเหมือนว่าท้องจะโตเต็มที่ ยอดของมดลูกดันอยู่ที่ยอดอก แถวลิ้นปี่ คุณอาจรู้สึกหายใจไม่อิ่ม อึดอัด แล้วยังมีปวดหลัง และปวดหน้าท้อง เพราะลูกเติบโตขนาดตัวใหญ่ขึ้น อาการเจ็บท้องเตือนจะเพิ่มความรุนแรง และความถี่ขึ้น เป็นการฝึกบีบตัวคลอดของมดลูก เต้านมก็ฝึกผลิตน้ำนม เห็นได้จากที่หัวน้ำนม ซึมออกมาจากเต้านมทางหัวนม ท้องที่โตมากในระยะนี้ เป็นอุปสรรคต่อท่าการนอนของคุณแม่ คุณแม่จะหาท่าที่สามารถนอนได้สบายได้ยาก ทนอีกสักหน่อย ลูกของคุณเกือบพร้อมที่จะออกมาชมโลกแล้ว ถ้าอึดอัดมากก็ลองนอนตะแคง ขาข้างหนึ่งทับซ้อนอีกข้างหนึ่งดูซิคะ อาจจะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ถ้ายังไม่ดี อาจจะใช้หมอนสอดระหว่างขา จะทำให้สบาย และยังช่วยลดอาการบวมที่ข้อเท้าและเท้าได้อีกด้วย 




ในทารกอายุ 8 เดือน จะเห็นได้ว่า มีผมขึ้นแล้ว ปอดของเด็กในช่วงนี้ จะเจริญเต็มที่


     ทารกที่สมบูรณ์ จะเคลื่อนไหว จะแตะแรงขึ้น หน้าท้องโป่ง แหลม จะพอจะเดาได้ว่า เป็นศอก หรือส้นเท้าที่ลูกยกมายันที่หน้าท้องแม่ กระดูกของลูกจะแข็งมากขึ้น กระดูกที่ศีรษะจะแตกต่างจากกระดูกที่อื่นๆ คือ นิ่ม และยืดหยุ่นได้พอสมควร เล็บลูกน้อยจะยาวเกินปลายนิ้ว ทารกเพศชาย จะพบว่าลูกอัณฑะเคลื่อนตัวจากช่องท้องลงมาอยู่ใน ถุงอัณฑะแล้ว ขณะอยู่ในท้อง ทารกอาจจะสะอึกได้ จนแม่รู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหวแบบกระตุกๆ

     น้ำหนักตัวจะประมาณ 2000-2300 กรัม และลำตัวยาวประมาณ 42-45 ซ.ม.



     คุณแม่มีใจจดจ่อกับลูกน้อย ที่กำลังจะเกิด คุณแม่อาจไปเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับ การฝึกคลอด จัดเตรียมบ้านเพื่อต้อนรับสมาชิกคนใหม่ การหาคนช่วยเลี้ยงลูก คนที่เป็นเพื่อนและช่วยเหลือหลังคลอด และแม้แต่สถานฝากเลี้ยงลูกเมื่อตอนต้องกลับไปทำงาน ก็ควรเตรียมหาเอาไว้ตั้งแต่ช่วงนี้ เพราะเมื่อลูกคลอดออกมาแล้วคุณแม่จะยุ่งมาก จนไม่มีเวลา (คุณแม่จะหาคำแนะนำ สำหรับการเลือกสถานเลี้ยงเด็ก หรือเนอสเซอรี่ ในส่วนของเคล็ดลับน่ารู้ ใน lovekid.com ค่ะ)

     ปรึกษาสูติแพทย์ ถึงสถานที่ ที่จะคลอด วิธีการคลอด ฝึกหัดหายใจ จังหวะการเบ่ง เอาไว้ ถ้าคุณต้องการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ที่สำคัญ อย่าลืมเตรียมเต้านม เพื่อให้นมลูก

     การออกกำลังกายด้วยการเดิน จะทำให้คุณคลอดง่ายขึ้น เพราะกล้ามเนื้อได้ออกกำลัง ทำให้มีแรงเบ่งคลอดค่ะ
  [/color] [/size]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 05, 2008, 11:48:10 AM โดย LifeForMom » บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
LifeForMom
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2008, 11:50:54 AM »



   เมื่อครบ 9 เดือน ศีรษะของลูกจะเคลื่อนเข้ามาในอุ้งเชิงกราน ความสูงของยอดมดลูกจะลดลง ที่เรียกกันว่า “ท้องลด” คุณแม่อาจรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะเล็ด เกิดเพราะ ศีรษะลูกเคลื่อนมากดกระเพาะปัสสาวะของแม่ แต่คุณอาจรู้สึกหายใจสะดวกขึ้น เนื่องจากมดลูกเคลื่อนตัวลงมา ทำให้ดันกระบังลมและปอดน้อยลง ปากมดลูกเข้าสู่การเตรียมตัวเปิดขยาย สำหรับให้ทารกผ่านออกมา เมื่อมดลูกมีการบีบตัว ปากมดลูกจะเริ่มนิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมดลูกบีบตัวแรง และถี่ คุณแม่จะรู้สึกเจ็บร้าวไปที่ท้องและหลัง อาการเจ็บท้องจะเกิดขึ้นบ่อยจนคุณรู้สึกเครียด เหนื่อย ช่วงก่อนคลอดเดือนสุดท้ายนี้ คุณหมอจะนัดตรวจ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จนถึงกำหนดวันคลอด คุณแม่ควรเตรียมของใช้ สำหรับนำไปใช้ที่โรงพยาบาลเวลาคลอด ใส่กระเป๋าเอาไว้ จะได้หยิบฉวยได้ทันที บุคคลรอบข้าง สามีควรให้กำลังใจ ช่วยให้คุณคลอดลูกอย่างปลอดภัย

     และแล้วลูกในท้อง ก็พร้อมที่จะออกมา เผชิญกับโลกภายนอก เสียที เขาจะเติบโตเต็มที่ ผิวหนังเรียบเนียน กระดูกศีรษะนิ่ม และยืดหยุ่น เพื่อที่จะปรับขนาด ให้ลอดช่องเชิงกรานของแม่ เขาจะนอนอยู่ในท่างอตัว เข่าชิดคางและจมูก ต้นขาพับมาบนหน้าท้อง เมื่อถูกมดลูกบีบตัว เป็นแรงผลักให้ลูกค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ช่องเชิงกราน หัวโผล่นำออกมาก่อน แล้วไหล่จะถูกคลอดตามออกมาจนหมดตัว ลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 2500-3000 กรัม และยาวประมาณ 50 ซ.ม.




ระยะคลอด ใกล้สิ้นสุดแล้ว ทารกส่วนใหญ่จะนำหัว ออกมาก่อน
 


     คุณจะรู้สึกเจ็บท้องเป็นระยะๆ อาจหายไปแล้วเจ็บอีก ไม่เจ็บต่อเนื่องหรือเจ็บถี่ขึ้น เป็นการเจ็บท้องเตือน การเจ็บท้องเตือนจะเกิดก่อน การเจ็บท้องจริงประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นเหมือนการอบอุ่นร่างกาย ก่อนการเจ็บท้องจริง อาการเจ็บท้องจะไปถี่ขึ้น บางคนเจ็บท้องตลอดคืน พอตื่นเช้ามาก็หาย


     เมื่อถึงคราวเจ็บท้องจริง จะเจ็บร้าวไปที่หลัง และเจ็บหน่วงร้าวไปที่หน้าขา เจ็บถี่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอาการเจ็บ จะมีมูกปนเลือดออกมาทางช่องคลอด หรืออาจมีน้ำใสๆ คล้ายน้ำปัสสาวะออกมา เมื่อมีอาการเช่นนี้ แสดงว่าลูกน้อย พร้อมจะออกมาดูโลกแล้ว ให้คุณแม่รีบไปโรงพยาบาลทันที

   
      โดยทั่วไปคุณแม่จะเจ็บท้อง ในระยะเริ่มแรก ปากมดลูกจะมีขนาดประมาณ 1-2 ซ.ม. เมื่อเวลาผ่านไป 6-8 ชั่วโมง ปากมดลูกก็จะขยายเป็น 4 ซ.ม. และ อีก 3-4 ชั่วโมง จะขยายเป็น 7 ซ.ม.เมื่อถึงตอนนี้คุณแม่จะมีอาการเจ็บท้องมาก อย่าบอกใครเชียว บางคนเจ็บท้องนาน โดยเฉพาะท้องแรก กว่าจะคลอด ก็ต้องอดทนนะคะ

     เมื่อปากมดลูกเปิด 10 ซ.ม. ซึ่งจะเปิดเต็มที่ ประมาณ 20-90 นาที ระยะนี้คุณแม่เก็บแรง เอาไว้ก่อน ถึงเจ็บก็ผ่อนลมหายใจ อย่าเพิ่งเบ่ง เดี๋ยวจะหมดแรงเสียก่อน

   
     หลังจากที่ปากมดลูกเปิด 10 ซ.ม. มาสักพัก ต่อไปคุณแม่จะเจ็บท้องเหมือนกับต้องการ ถ่ายอุจจาระเต็มที่ แสดงว่าหัวลูกน้อยลงต่ำแล้ว ถึงเวลาที่คุณแม่จะต้องแสดงฝีมือแล้วละค่ะ คุณแม่ต้องเบ่งตามจังหวะที่มดลูกบีบตัว ถ้าคุณรู้สึกตัวดี ไม่ได้รับยาแก้ปวดฉีดเข้าไขสันหลัง คุณก็จะปลาบปลื้มมาก ที่รู้สึกถึงความอุ่นของตัวลูกน้อย เมื่อเขาเคลื่อนผ่านช่องคลอดออกไปจากตัวคุณ ลูกน้อยจะค่อยๆเคลื่อนหัวลงต่ำมาเรื่อย ตามแรงเบ่ง เมื่อคุณหมอบอกให้เบ่งเต็มที่ หัวเขาก็จะโผล่พ้นช่องคลอดออกมา จากนั้นคุณหมอดึงตัวเขาออกมาให้พ้นไหล่ เมื่อได้เขาออกมาทั้งตัวแล้ว เขาจะร้องเมื่อถูกดูดน้ำเมือก ออกจากจมูกและคอ คุณหมอจะตัดสายสะดือ แล้วนำลูกมาให้คุณแม่ได้ดู ลูกน้อยได้เข้าสู่อ้อมกอดของคุณแม่แล้ว คุณพ่อคงจะปลื้มที่ได้เห็นหน้าลูกน้อย และยิ่งได้โอบอุ้ม ครอบครัวคุณก็จะเกิดความรักความผูกพัน ดีใจหาที่สุดมิได้

 

 


ที่มาจาก http://www.lovekid.com/html/embryo/intro.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2009, 12:35:40 PM โดย LifeForMom » บันทึกการเข้า

เมื่อวันนึงคุณได้เป็นแม่คนแล้วคุณจะรู้...
Took@ta
Administrator
เตรียมตั้งท้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 24



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2008, 11:10:52 PM »

อ่านแร้น...จั๊กกะดึ๋ยมากเรยอ่า   ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

.::OKNationBlog::. http://www.oknation.net/blog/badkitty

•.★*. . . Miracles do happen Never stop believing. . .*★.•
Nu_RoSe
เตรียมตั้งท้อง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 21



ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2008, 11:00:36 AM »

อ่านแล้วโอเคเลยค่ะ...ให้ความรู้ดีมากเลย.....

แล้วเราจะลดความกังวลเรื่องลูกเราออกมาจะสมบูลย์แข็งแรงหรือไม่ได้อย่างไรค่ะ.....แบบอดคิดไม่ได้
บันทึกการเข้า

จะเป็นคุณแม่แล้วตื่นเต้นจัง...
mama
เตรียมตั้งท้อง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2009, 10:54:41 AM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
December
เตรียมตั้งท้อง
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2013, 09:54:17 AM »

ผลของกาแฟต่อลูกในท้องนั้น ยังถกเถียงกันอยู่ องค์การควบคุมอาหารและยา ของประเทศสหรัฐอเมริกา Ralph lauren shirts เห็นว่า ถ้าดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน ขนาดปานกลาง จะไม่เกิดอันตรายต่อลูกน้อย ขนาดปานกลางหมายถึง ดื่มกาแฟ อย่างมาก Ralph lauren uk 1-2 ถ้วย ต่อวัน แต่ต้องระวัง คาเฟอีน ที่ผสมในเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง หรือ ช็อกโกเลต บางชนิดโดยที่เราไม่รู้ด้วยนะคะ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

www.liveinbangkok.com

ขายเครื่องออกกำลังกายทุกชนิด

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.104 วินาที กับ 25 คำสั่ง